
ท่่านมาเรายินดีต้อนรับ ท่านกลับเราคิดถึง
Music So Hot!...>-<
Chat....La La La
October 9, 2009
1 วันกับกราบพระ 9 วัด เมืองอุบล (ตอนสุดท้าย 9)

1 วันกับกราบพระ 9 วัด เมืองอุบล (ตอน 8)


1 วันกับกราบพระ 9 วัด เมืองอุบล (ตอน 2)

วัดมณีวนาราม เมื่อประมาณสี่ปีมาแล้วนี่แหละ ที่พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุบราชธานีและชาวจังหวัดใกล้เคียง ได้มีโอกาสกราบไหว้ และสรงน้ำพระแก้วโกเมนพระพุทธรูปอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ของวัดมณีวนาราม (วัดป่าน้อย) ทั้งนี้เนื่องด้วยพระแก้วโกเมนเป็นพระพุทธรูปที่มีค่าหาได้ยากยิ่งเกรงจะสูญหาย จึงหวงแหนด้วยความห่วงใย พระเดชพระคุณเจ้าอาวาสวัดมณีวนารามที่ผ่านมาทุกรูป จึงเก็บรักษาพระแก้วโกเมนไว้ในตู้นิรภัยตลอดมา
ครั้งเมื่อสิ้นสมัยหลวงปู่พระธรรมเสนานี (กิ่ง มหับผโล) คณะกรรมการวัดจึงขออนุญาตนำพระแก้วโกเมนลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา และสรงน้ำในเทศกาลวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ก็แลได้รับการบอกเล่าสืบต่อกันมาฟังได้ว่า พระแก้วโกเมนอุบัติขึ้นพร้อมกับพระแก้วบุษราคัมซึ่งประดิษฐานอยู่วัดศรีอุบลรัตนรามปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปอัญมณีในตระกูลแก้วเก้า ประการ คือ เพชร มณี มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดา เพทาย และไพฑูรย์
เมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีสงครามกับเวียงจันทน์ ผู้รักษาการบ้านเมืองและทายก-ทายิกา ได้พากันนำพระแก้วโกเมนไปรักษาไว้อย่างดีที่วัดบ้านกุดละงุม อำเภอวารินชำราบปัจจุบัน และคณะผู้รักษาพระแก้วโกเมน ได้นำท่อนไม้จันทร์มาทำเป็นผอบใหญ่ คว่ำองค์พระพุทธรูปไว้ ด้วยเกรงว่าข้าศึกจะแย่งชิงไป
ครั้งเมื่อศึกสงบลงจึงได้นำพระแก้วโกเมนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดมณีวนาราม ซึ่งเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเก็บรักษาไว้เป็นความลับสืบต่อกันมา
การที่นำผอบไม้จันทน์ไปคว่ำ (หรือ ครอบ) พระแก้วไว้นั้น ภาษาอีสานเรียกว่า “ งุม ” วัดซึ่งเป็นที่เก็บรักษาพระแก้วโกเมนครั้งนั้น จึงเรียกว่า “ วัดกุดละงุม ” มาจนปัจจุบัน
October 7, 2009
1 วันกับกราบพระ 9 วัด เมืองอุบล (ตอน1)


บทความที่อ่านแล้วศรัทธาจ้า
“ถึงแม้พระท่านจะนั่งสอนนั่งสวด เปล่งเสียงให้ไพเราะเสนาะหู แต่ท่านผู้ฟังๆ ไม่ออกแปลไม่ได้ ถึงความหมายของเหตุผล แม้บางคนอาจจะฟังได้แปลออก ก็ยังไม่เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ถ้าท่านผู้ฟัง ยังไม่ได้นำเอาไปปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ก็ไม่ผิดอะไร กับที่โบราณเขากล่าวไว้ เหมือนผู้เฒ่านั่งเป่าปี่ให้ควายฟัง
ท่านมั้นใจได้แล้วหริอว่าท่านได้ปฏิบัติธรรม ได้อย่างถูกต้องแล้ว ก่อนที่เราจะปฏิบัติธรรม เราควรที่จะศึกษาพระธรรมให้รู้แจ้งเห็นจริง เสียก่อนว่าสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่นั้น ถูกต้องได้ผลดีเพียงใด พระธรรม เราสามารถแบ่งแยกได้ 3 ประการด้วยกัน หนึ่ง คือศีลธรรม พระพุทธเจ้าเป็น ผู้กำหนด ขึ้นให้พวกเราชาวพุทธพึงปฏิบัติเพื่อให้รู้ผิดรู้ชอบ มีกำหนดชัดเจนแน่นอน ไม่เปลียนแปลง สองคือ ธรรมความดีมีเหตุมีผล ถูกต้องยุติธรรมเป็นผู้กำหนด คนทุกชาติทุกศาสนา ควรที่จะต้องปฏิบัติธรรมะ ธรรมะเปลี่ยนแปลง ได้ตามวันเวลา ตามเหตุการณ์
เหตุผลตามสภาพสิ่งแวดล้อมที่ต้องเปลียนแปลงไป เพื่อให้สังคมของมนุษย์ อยู่ร่วมโลกด้วยกันได้อย่างสันติสุข และเป็นธรรม สาม คือธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ หรือพระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้กำหนดธรรมชาติ ให้ทั้งคุณและโทษ ทั้งสร้างและทำลาย ให้ทั้งความเป็นธรรมและไม่เป็นธรรม หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ พระธรรมทั้งสามประการนี้ มีบางสิ่งบางอย่างขัดแย้งกัน คนที่มีความรู้มีสติปัญญาดี เท่านั้น ที่สามารถ จะแบ่งแยกและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
ถ้าเราจะปฏิบัติให้ถูกต้องไดผลดีนั้น เราจะต้องไปศึกษาเรียนรู้กับพระหรือครูบาอาจารย์ ที่รู้แจ้งเห็นจริง ให้ช่วยแนะนำชี้แจงสั่งสอน ให้ความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม

แล้วนำเอาไปปฏิบัติในทางโลก ได้ดังนี้ ถ้าเราเป็นลูก ก็ต้องรับผิดชอบแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ตามหน้าที ที่เรามีอยู่ ไม่สร้างความเดือดร้อนเลวร้ายให้พ่อแม่ทุกข์ทรมาน ทั้งกายและใจถ้าเราเป็นพ่อแม่ ก็ต้องรับผิดทำหน้าที่ เลี้ยงดูให้ความรักลูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ลูกอดยากลำบากขาดที่พึ่ง ถ้าเราเป็นลูกจ้าง ก็ต้องทำงานสร้างผลประโยชน์ ให้คุ้มค่าของเงินที่นายจ้างให้แก่เรา ไม่อู้งาน ไม่ทำลายผลประโยชน์ของนายจ้าง
ถ้าเป็นนายจ้างก็ต้องให้ความเป็นธรรมต่อลูกจ้าง ไม่กดขี่ข่มเหงเอาเปรียบลูกจ้าง ถ้าเป็นพ่อค้านายทุน ก็ต้องขายสินค้าที่มี่คุณภาพ สมกับราคาไม่โกหกคดโกงลูกค้า ถ้าเราเป็นข้าราชการก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของบ้านเมือง
ทำงานรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใข้อำนาจหน้าที่ทุจริต และกดขี่ผู้อื่น ถ้าเราเป็นประชาชน เราก็ต้องทำแต่ความดี เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขื้นแก่ตนเองและสังคม ไม่สร้างปัญหาให้แก่เพื่อนมนุษย์ ร่วมโลก ที่
กล่าวมา ทั้งหมดนี้ คือพระธรรมที่ต้องพึงปฏิบัติ การฟังเทศน์ เป็นการปฏิบัติธรรมทางทฤษฎีเท่านั้น”
บทความของ คุณพงษ์ศักดิ์ ถุนาพรรณ์ วัดป่าใหญ่